ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข33 ลากยาวตั้งแต่ชายแดนไทย-กัมพูชาที่บ้านคลองลึกจังหวัดสระแก้ว ผ่านจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก สระบุรี พระนครศรีอยุธยา แล้วไปสิ้นสุดที่จังหวัดสุพรรณบุรี หรือที่จริงแล้วเส้นทางนี้เริ่มต้นจากจังหวัดสุพรรณบุรี...ช่างเถอะไม่ว่าจะอย่างไร สุพรรณบุรีก็เป็นจังหวัดปลายทางของผมในคราวนี้
สุพรรณบุรีเป็นจังหวัดที่ค่อนข้างใหญ่มีที่เที่ยวเชิงธรรมชาติ ศาสนาและวัฒนธรรมเยอะ เวลาที่มีอยู่ไม่กี่วันไม่มีทางเก็บได้หมดแน่ๆ ดังนั้นบทความนี้คงไม่ใช่ “คู่มือท่องเที่ยวฉบับสมบูรณ์” แต่น่าจะเป็นการ “ทำความรู้จัก” กันมากกว่า บทความนี้แบ่งเป็นสองกระทู้นะครับแบ่งเป็นหมวดที่เที่ยวกับหมวดที่พักกับร้านอาหาร...เพื่อไม่ให้เป็นการเสียนาฬิกา...เวลา แฮร่ ไปสุพรรณกันครับ

ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า ถ้าอยากรู้จักวิถีชาวบ้านให้ไปเดินตลาด ถ้าอยากรู้จักจังหวัดนั้นๆให้ไปพิพิธภัณฑ์(ถ้ามีอ่ะนะ) จังหวัดสุพรรณบุรีมีพิพิธภัณฑ์ให้เยี่ยมชมอยู่หลายที่ เริ่มจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ตัวอาคารด้านหน้าเป็นอาคารทรงราชการแบบเรโทรหน่อยๆเลยไม่ได้คาดหวังอะไรกับการจัดแสดงด้านในมากนัก

จ่ายเงิน(ซึ่งถูกมากๆ) ก่อนจะเข้าชมด้านใน พนักงานให้คำแนะนำต่างๆในเบื้องต้น...เสร็จแล้วก็ไปเดินชมพิพิธภัณฑ์กัน บอกตามตรงว่าตอนแรกผมคิดว่าใช้เวลาที่นี่ไม่น่าจะเกินสิบห้านาที

ห้องจัดแสดงแรกเริ่มเห็นแววความตั้งใจในการจัดแสดง แน่นอนว่าห้องแรกเป็นการอารัมภบทถึงจังหวัดสุพรรณบุรี ประวัติศาสตร์และจุดเริ่มต้นของจังหวัด...ดูห้องนี้เสร็จเขียนรายงานสรุปให้คุณครูด้วยนะนักเรียน
จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นอีกจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีความสำคัญ สืบวัฒนธรรมมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรฟูนัน ทวาราวดี นู่นเลย มีชื่อเดิมว่า “ทวาราวดีศรีสุพรรณภูมิ” หรือ “พันธุมบุรี” ซึ่งความหมายของชื่อคือดินแดนทองคำ เมืองอู่ทองเองก็เคยเป็นหนึ่งในเมืองหลวงของอาณาจักรทวาราวดีด้วยซ้ำ นอกจากนี้สุพรรณบุรียังมีความสำคัญในฐานะเมืองหน้าด่านและเป็นสมรภูมิสำคัญเช่น สมรภูมิดอนเจดีย์

เมื่อสมรภูมิดอนเจดีย์สำคัญขนาดนั้น ห้องถัดมาเลยเป็นห้องที่ตกแต่งและให้รายละเอียดเหตุการณ์ครั้งนั้นอย่างเต็มที่ ในห้องตกแต่งได้สวยดีครับตรงกลางมีจอแสดงวิดิทัศน์สมรภูมิดอนเจดีย์ตื่นตาตื่นใจใช้ได้

ห้องต่อมาเริ่มแสดงถึงวิถีชีวิตของคนที่นี่ ห้องแรกสว่างไสวเริ่มต้นตั้งแต่ยุคหิน เดินลึกเข้าไปข้างในจำลองบ้านเมืองสมัยโบราณมาได้อย่างสวยงาม แสงไฟสลัวลงหน่อย บรรยากาศหลอนๆใช้ได้ โดยเฉพาะจุดที่มีพี่ๆเขานั่งไหว้ศาลอยู่นั่นน่ะ...หึย เดินไปก็คิดไปในใจว่า “ถ้าหันมากรูวิ่งจริงๆด้วย”
การตกแต่งแบบจำลองบรรยากาศทำให้เราเหมือนหลุดเข้าไปในบรรยากาศตอนนั้นได้จริงๆ ร้านค้าสมัยก่อนที่มีคนนั่งทานชา อ่านหนังสือพิมพ์ ย้อนยุคดีแท้...เดินไปอีกหน่อยนั่งไหว้อะไรกันอีกแล้ว ด้านบนอ่านได้ว่า “พระแขสามทอง” อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ความว่า “แข” เป็นภาษาเขมรแปลว่า “พระจันทร์” ประเพณีไหว้พระแขมีขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง...ภายในงานมีรายละเอียดอีกหลายอย่างลองไปหาข้อมูลอ่านดูครับ...ยืนอ่านไป อากาศเริ่มเย็น ไปต่อห้องอื่นดีกว่าขืนอยู่ต่อเดี๋ยวมีเรื่องให้ไปเล่าให้พี่แจ๊คฟัง

ห้องต่อไปเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ทางศาสนา ซึ่งมีพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่หลายชิ้นให้ชมกันห้องนี้ผมใช้เวลาไม่นานนักเกือบจะเรียกว่าดูผ่านๆเลยล่ะ ห้องต่อไปพาเราไปพบกับวรรณกรรมและศิลปินชาวสุพรรณบุรีที่มีชื่อเสียง

นักร้องดังตั้งแต่อดีตอย่าง ไวพึด เพชรตะพด...แฮร่ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ศรเพชร ศรสุพรรณ สุรพล สมบัติเจริญ จนถึงคนรุ่นใหม่ๆอย่าง แดน วรเวช ตูน บอดีแสลม จังหวัดอะไรจะมีนักร้อง ศิลปินเยอะแยะขนาดนี้...แน่นอนว่าสำหรับผมที่เกิดและโตในยุคพี่ตูน บอดีแสลม อาจจะไม่รู้จักผลงานของครูเพลงเก่าๆมากนัก...เดินออกจากห้องนี้พลางฮัมเพลงที่คุ้นเคยไปพลาง...เสียวไส้จริงๆ คุณผู้หญิงคุณผู้หญิงสมัยนี้ แต่งตัวออกจากบ้านแต่ละที ช่างสั้นสิ้นดีนะแม่คุณเอ๋ย...เพลงนี้มีเพลงแก้ด้วยนะชื่อเพลง “หมั่นไส้”
ผมใช้เวลาที่นี่มากกว่าที่กะไว้ตั้งแต่ตอนแรกมาก การจัดแสดงน่าสนใจกว่าที่คิดไม่ใช่แค่การจัดวางของไว้เฉยๆ ติดป้ายตัวหนังสือยาวพรืดให้อ่านเหมือนกับอีกหลายๆที่ การจัดแสดงทำได้น่าสนใจและจัดได้ดีเกินค่าเข้าชมมาก

นี่น่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตัวอาคารเป็นที่รู้จักมากที่สุดของจังหวัดสุพรรณบุรีแล้วมั้ง...ผมก็รู้จักสถาปัตยกรรมมังกรนี้ก่อนส่วนอื่นๆของจังหวัดสุพรรณ
ที่ฐานของมังกรคือ “พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร”...สปอยเนื้อหาหน่อยว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่พูดถึงประวัติของชาวจีน บุคคลสำคัญต่างๆ มากกว่าจะพูดถึงชาวจีนในเมืองไทยหรือชาวจีนในจังหวัดสุพรรณบุรี

ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรจะสูงกว่าพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ผู้ใหญ่จ่ายคนละ 99 บาท(ซึ่งหลังจากเข้าชมเสร็จถือว่าเป็นราคาที่ถูกมาก) การเที่ยวที่นี่ไม่สามารถเดินชมเองได้นะครับ นิทรรศกาลจะแบ่งเป็นห้องๆและมีพนักงานพาเดินไปแต่ละห้องและเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง
ภายในแต่ละห้องจะค่อนข้างมืดหน่อยต่อให้เปิดไฟทั้งห้องก็ยังค่อนข้างมืด ห้องแรกที่เข้ามาชมเป็นห้องที่เล่าประวัติการเกิดโลก(ในเชิงเทพเจ้า) ใช้เทคโนโลยีโปรเจกเตอร์แมพปิ้งและการเล่าเรื่องจากวิดีทัศน์ทำให้การรับชมข้อมูลต่างๆเพลิดเพลินมาก

การเล่าเรื่องผ่านโปรเจกเตอร์แมพปิ้งกับวิดิทัศน์ดำเนินไปอย่างนี้ทุกห้อง ซึ่งทั้งหมดมีเกือบยี่สิบห้อง แต่บางห้องก็มีตัวอย่างสิ่งของให้ได้ชมเช่น ขวดใส่น้ำสีเหลืองๆที่ถ้าไม่บอกผมคงคิดว่าเป็นน้ำไอ้นั่น...หมายถึงเก็กฮวยน่ะ ที่จริงเป็นน้ำจากแม่น้ำเหลืองหรือแม่น้ำ “หวงเหอ” แปลเป็นไทยได้ว่า เป็นคำถามเวลาขอของแล้วเขาไม่ให้...อันนั้น “หวงเหรอ”

หลายห้องเป็นประวัติของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนเช่น เปาบุ้นจิ้น เอี้ยนตี้ หวงตี้ และอีกหลายๆท่าน แน่นอนว่าการนั่งฟังประวัติของทุกท่านไม่น่าเบื่อจากสื่อต่างๆที่นำเสนอ

ห้องหนึ่งที่ตื่นตาตื่นใจมากคือห้องจำลองยุทธการที่ผาแดงซึ่งเกิดขึ้นที่แม่น้ำแยงซีเกียงในยุคสามก๊กที่กองทัพพันธมิตรประกอบด้วยน้าติ่ง น้าโต๊ะ...เดี๋ยวๆ คนละพันธมิตร อันนี้ประกอบด้วยซุนกวนกับเล่าปี่ใช้กลยุทธ์เรือไฟเผากองเรือของโจโฉจนวอดวาย เรือหายกันเป็นแถบ
และพอมีไฟ การรับชมแบบสมจริงก็ต้องมีความร้อน ที่นั่งชมจะเป็นชั้นๆ ตรงขอบของบางชั้นจะมีช่องปล่อยลมร้อนออกมา ผมนั่งอยู่ตรงตำแหน่งนั้น พนักงานก็บอกแล้วว่าให้ระวังลมร้อน...พอเรือไฟมาปุ๊บเครื่องก็เป่าลมร้อนออกมาซึ่ง “ร้อนมาก” อารมณ์เหมือนคนเอาไดรเป่าผมเปิดแรงสุดแล้วมาเป่าจ่อๆข้างแขน เล่นเอาสะดุ้ง ใครมาห้องนี้เลือกที่นั่งตรงกลางๆนะครับปลอดภัยกว่า
อีกห้องที่ผมชอบคือห้องเรือกลับหัว ห้องนี้ว่าด้วยเรื่องความวิปริตของจักรพรรดิบางองค์ของจีน ที่สั่งขุดคลองแล้วพอจะเสด็จประพาสก็ให้แรงงานชายหญิงเป็นคนลากเรือลำใหญ่อย่างกับวังล่องไปตามลำน้ำ...อะไรจะขนาดนั้น

มีห้องงิ้วให้ดูด้วย แต่ไม่ได้เป็นเนื้อเรื่องอะไรนะครับแค่เล่าว่างิ้วมันมีที่มายังไง หุ่นงิ้วเคลื่อนไหวได้(นิดหน่อย)ซ้ำไปซ้ำมา นั่งดูพลางฟังข้อมูลกันอยู่พักหนึ่ง...เดินชมพิพิธภัณฑ์ไปจนถึงห้องสุดท้ายถือว่าคุ้มค่าบัตรอย่างยิ่ง เป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ นำเสนอได้ดี พนักงานตั้งใจเล่าเรื่องราวให้ฟัง ไม่ใช่แค่พูดไปตามบทเรื่อยๆ ชอบครับ
ผลงานของผมในช่องทางอื่นๆ
Facebook:
https://www.facebook.com/followmeonearth/
Website: www.Pratuneung.com
Lemon8 Application: @Pratuneung
Blockdit page: Followmeonearth
Blockdit page: Story Behind
[CR] สุพรรณ บันเทิง...
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข33 ลากยาวตั้งแต่ชายแดนไทย-กัมพูชาที่บ้านคลองลึกจังหวัดสระแก้ว ผ่านจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก สระบุรี พระนครศรีอยุธยา แล้วไปสิ้นสุดที่จังหวัดสุพรรณบุรี หรือที่จริงแล้วเส้นทางนี้เริ่มต้นจากจังหวัดสุพรรณบุรี...ช่างเถอะไม่ว่าจะอย่างไร สุพรรณบุรีก็เป็นจังหวัดปลายทางของผมในคราวนี้
สุพรรณบุรีเป็นจังหวัดที่ค่อนข้างใหญ่มีที่เที่ยวเชิงธรรมชาติ ศาสนาและวัฒนธรรมเยอะ เวลาที่มีอยู่ไม่กี่วันไม่มีทางเก็บได้หมดแน่ๆ ดังนั้นบทความนี้คงไม่ใช่ “คู่มือท่องเที่ยวฉบับสมบูรณ์” แต่น่าจะเป็นการ “ทำความรู้จัก” กันมากกว่า บทความนี้แบ่งเป็นสองกระทู้นะครับแบ่งเป็นหมวดที่เที่ยวกับหมวดที่พักกับร้านอาหาร...เพื่อไม่ให้เป็นการเสียนาฬิกา...เวลา แฮร่ ไปสุพรรณกันครับ
ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า ถ้าอยากรู้จักวิถีชาวบ้านให้ไปเดินตลาด ถ้าอยากรู้จักจังหวัดนั้นๆให้ไปพิพิธภัณฑ์(ถ้ามีอ่ะนะ) จังหวัดสุพรรณบุรีมีพิพิธภัณฑ์ให้เยี่ยมชมอยู่หลายที่ เริ่มจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ตัวอาคารด้านหน้าเป็นอาคารทรงราชการแบบเรโทรหน่อยๆเลยไม่ได้คาดหวังอะไรกับการจัดแสดงด้านในมากนัก
จ่ายเงิน(ซึ่งถูกมากๆ) ก่อนจะเข้าชมด้านใน พนักงานให้คำแนะนำต่างๆในเบื้องต้น...เสร็จแล้วก็ไปเดินชมพิพิธภัณฑ์กัน บอกตามตรงว่าตอนแรกผมคิดว่าใช้เวลาที่นี่ไม่น่าจะเกินสิบห้านาที
ห้องจัดแสดงแรกเริ่มเห็นแววความตั้งใจในการจัดแสดง แน่นอนว่าห้องแรกเป็นการอารัมภบทถึงจังหวัดสุพรรณบุรี ประวัติศาสตร์และจุดเริ่มต้นของจังหวัด...ดูห้องนี้เสร็จเขียนรายงานสรุปให้คุณครูด้วยนะนักเรียน
จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นอีกจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีความสำคัญ สืบวัฒนธรรมมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรฟูนัน ทวาราวดี นู่นเลย มีชื่อเดิมว่า “ทวาราวดีศรีสุพรรณภูมิ” หรือ “พันธุมบุรี” ซึ่งความหมายของชื่อคือดินแดนทองคำ เมืองอู่ทองเองก็เคยเป็นหนึ่งในเมืองหลวงของอาณาจักรทวาราวดีด้วยซ้ำ นอกจากนี้สุพรรณบุรียังมีความสำคัญในฐานะเมืองหน้าด่านและเป็นสมรภูมิสำคัญเช่น สมรภูมิดอนเจดีย์
เมื่อสมรภูมิดอนเจดีย์สำคัญขนาดนั้น ห้องถัดมาเลยเป็นห้องที่ตกแต่งและให้รายละเอียดเหตุการณ์ครั้งนั้นอย่างเต็มที่ ในห้องตกแต่งได้สวยดีครับตรงกลางมีจอแสดงวิดิทัศน์สมรภูมิดอนเจดีย์ตื่นตาตื่นใจใช้ได้
ห้องต่อมาเริ่มแสดงถึงวิถีชีวิตของคนที่นี่ ห้องแรกสว่างไสวเริ่มต้นตั้งแต่ยุคหิน เดินลึกเข้าไปข้างในจำลองบ้านเมืองสมัยโบราณมาได้อย่างสวยงาม แสงไฟสลัวลงหน่อย บรรยากาศหลอนๆใช้ได้ โดยเฉพาะจุดที่มีพี่ๆเขานั่งไหว้ศาลอยู่นั่นน่ะ...หึย เดินไปก็คิดไปในใจว่า “ถ้าหันมากรูวิ่งจริงๆด้วย”
การตกแต่งแบบจำลองบรรยากาศทำให้เราเหมือนหลุดเข้าไปในบรรยากาศตอนนั้นได้จริงๆ ร้านค้าสมัยก่อนที่มีคนนั่งทานชา อ่านหนังสือพิมพ์ ย้อนยุคดีแท้...เดินไปอีกหน่อยนั่งไหว้อะไรกันอีกแล้ว ด้านบนอ่านได้ว่า “พระแขสามทอง” อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ความว่า “แข” เป็นภาษาเขมรแปลว่า “พระจันทร์” ประเพณีไหว้พระแขมีขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง...ภายในงานมีรายละเอียดอีกหลายอย่างลองไปหาข้อมูลอ่านดูครับ...ยืนอ่านไป อากาศเริ่มเย็น ไปต่อห้องอื่นดีกว่าขืนอยู่ต่อเดี๋ยวมีเรื่องให้ไปเล่าให้พี่แจ๊คฟัง
ห้องต่อไปเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ทางศาสนา ซึ่งมีพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่หลายชิ้นให้ชมกันห้องนี้ผมใช้เวลาไม่นานนักเกือบจะเรียกว่าดูผ่านๆเลยล่ะ ห้องต่อไปพาเราไปพบกับวรรณกรรมและศิลปินชาวสุพรรณบุรีที่มีชื่อเสียง
นักร้องดังตั้งแต่อดีตอย่าง ไวพึด เพชรตะพด...แฮร่ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ศรเพชร ศรสุพรรณ สุรพล สมบัติเจริญ จนถึงคนรุ่นใหม่ๆอย่าง แดน วรเวช ตูน บอดีแสลม จังหวัดอะไรจะมีนักร้อง ศิลปินเยอะแยะขนาดนี้...แน่นอนว่าสำหรับผมที่เกิดและโตในยุคพี่ตูน บอดีแสลม อาจจะไม่รู้จักผลงานของครูเพลงเก่าๆมากนัก...เดินออกจากห้องนี้พลางฮัมเพลงที่คุ้นเคยไปพลาง...เสียวไส้จริงๆ คุณผู้หญิงคุณผู้หญิงสมัยนี้ แต่งตัวออกจากบ้านแต่ละที ช่างสั้นสิ้นดีนะแม่คุณเอ๋ย...เพลงนี้มีเพลงแก้ด้วยนะชื่อเพลง “หมั่นไส้”
ผมใช้เวลาที่นี่มากกว่าที่กะไว้ตั้งแต่ตอนแรกมาก การจัดแสดงน่าสนใจกว่าที่คิดไม่ใช่แค่การจัดวางของไว้เฉยๆ ติดป้ายตัวหนังสือยาวพรืดให้อ่านเหมือนกับอีกหลายๆที่ การจัดแสดงทำได้น่าสนใจและจัดได้ดีเกินค่าเข้าชมมาก
นี่น่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตัวอาคารเป็นที่รู้จักมากที่สุดของจังหวัดสุพรรณบุรีแล้วมั้ง...ผมก็รู้จักสถาปัตยกรรมมังกรนี้ก่อนส่วนอื่นๆของจังหวัดสุพรรณ
ที่ฐานของมังกรคือ “พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร”...สปอยเนื้อหาหน่อยว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่พูดถึงประวัติของชาวจีน บุคคลสำคัญต่างๆ มากกว่าจะพูดถึงชาวจีนในเมืองไทยหรือชาวจีนในจังหวัดสุพรรณบุรี
ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรจะสูงกว่าพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ผู้ใหญ่จ่ายคนละ 99 บาท(ซึ่งหลังจากเข้าชมเสร็จถือว่าเป็นราคาที่ถูกมาก) การเที่ยวที่นี่ไม่สามารถเดินชมเองได้นะครับ นิทรรศกาลจะแบ่งเป็นห้องๆและมีพนักงานพาเดินไปแต่ละห้องและเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง
ภายในแต่ละห้องจะค่อนข้างมืดหน่อยต่อให้เปิดไฟทั้งห้องก็ยังค่อนข้างมืด ห้องแรกที่เข้ามาชมเป็นห้องที่เล่าประวัติการเกิดโลก(ในเชิงเทพเจ้า) ใช้เทคโนโลยีโปรเจกเตอร์แมพปิ้งและการเล่าเรื่องจากวิดีทัศน์ทำให้การรับชมข้อมูลต่างๆเพลิดเพลินมาก
การเล่าเรื่องผ่านโปรเจกเตอร์แมพปิ้งกับวิดิทัศน์ดำเนินไปอย่างนี้ทุกห้อง ซึ่งทั้งหมดมีเกือบยี่สิบห้อง แต่บางห้องก็มีตัวอย่างสิ่งของให้ได้ชมเช่น ขวดใส่น้ำสีเหลืองๆที่ถ้าไม่บอกผมคงคิดว่าเป็นน้ำไอ้นั่น...หมายถึงเก็กฮวยน่ะ ที่จริงเป็นน้ำจากแม่น้ำเหลืองหรือแม่น้ำ “หวงเหอ” แปลเป็นไทยได้ว่า เป็นคำถามเวลาขอของแล้วเขาไม่ให้...อันนั้น “หวงเหรอ”
หลายห้องเป็นประวัติของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนเช่น เปาบุ้นจิ้น เอี้ยนตี้ หวงตี้ และอีกหลายๆท่าน แน่นอนว่าการนั่งฟังประวัติของทุกท่านไม่น่าเบื่อจากสื่อต่างๆที่นำเสนอ
ห้องหนึ่งที่ตื่นตาตื่นใจมากคือห้องจำลองยุทธการที่ผาแดงซึ่งเกิดขึ้นที่แม่น้ำแยงซีเกียงในยุคสามก๊กที่กองทัพพันธมิตรประกอบด้วยน้าติ่ง น้าโต๊ะ...เดี๋ยวๆ คนละพันธมิตร อันนี้ประกอบด้วยซุนกวนกับเล่าปี่ใช้กลยุทธ์เรือไฟเผากองเรือของโจโฉจนวอดวาย เรือหายกันเป็นแถบ
และพอมีไฟ การรับชมแบบสมจริงก็ต้องมีความร้อน ที่นั่งชมจะเป็นชั้นๆ ตรงขอบของบางชั้นจะมีช่องปล่อยลมร้อนออกมา ผมนั่งอยู่ตรงตำแหน่งนั้น พนักงานก็บอกแล้วว่าให้ระวังลมร้อน...พอเรือไฟมาปุ๊บเครื่องก็เป่าลมร้อนออกมาซึ่ง “ร้อนมาก” อารมณ์เหมือนคนเอาไดรเป่าผมเปิดแรงสุดแล้วมาเป่าจ่อๆข้างแขน เล่นเอาสะดุ้ง ใครมาห้องนี้เลือกที่นั่งตรงกลางๆนะครับปลอดภัยกว่า
อีกห้องที่ผมชอบคือห้องเรือกลับหัว ห้องนี้ว่าด้วยเรื่องความวิปริตของจักรพรรดิบางองค์ของจีน ที่สั่งขุดคลองแล้วพอจะเสด็จประพาสก็ให้แรงงานชายหญิงเป็นคนลากเรือลำใหญ่อย่างกับวังล่องไปตามลำน้ำ...อะไรจะขนาดนั้น
มีห้องงิ้วให้ดูด้วย แต่ไม่ได้เป็นเนื้อเรื่องอะไรนะครับแค่เล่าว่างิ้วมันมีที่มายังไง หุ่นงิ้วเคลื่อนไหวได้(นิดหน่อย)ซ้ำไปซ้ำมา นั่งดูพลางฟังข้อมูลกันอยู่พักหนึ่ง...เดินชมพิพิธภัณฑ์ไปจนถึงห้องสุดท้ายถือว่าคุ้มค่าบัตรอย่างยิ่ง เป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ นำเสนอได้ดี พนักงานตั้งใจเล่าเรื่องราวให้ฟัง ไม่ใช่แค่พูดไปตามบทเรื่อยๆ ชอบครับ
ผลงานของผมในช่องทางอื่นๆ
Facebook: https://www.facebook.com/followmeonearth/
Website: www.Pratuneung.com
Lemon8 Application: @Pratuneung
Blockdit page: Followmeonearth
Blockdit page: Story Behind
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้